ไก่ชนภาคใต้ สายพันธุ์ทองแดงหางดำ

การเลี้ยงไก่ชนสายพันธุ์ทองแดงหางดำ ก่อนอื่นควรทำความรู้จักประวัติที่มาของ ไก่ชนภาคใต้ สายพันธุ์โบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาที่กล่าวกันว่าชั้นเชิงลีลาชั้นยอดเอาชนะไก่พม่าได้ ทำให้ได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน แหล่งกำเนิดพบได้ทั่วไปในหลายจังหวัด ไก่ชนทองแดงหางดำเป็นไก่รอยกลาง น้ำหนักไม่น้อยกว่า 3 กิโลกรัม จึงเปรียบไก่หาคู่ต่อสู้ได้ง่าย

ลักษณะเด่นของไก่ชนทองแดงหางดำเพศผู้คือใบหน้าแหลมกลมอูมคล้ายกับหน้านกยูงซึ่งเชื่อกันว่าเป็นไก่ชนที่เฉลียวฉลาดไหวพริบ หงอนหินตามแบบที่นิยมกันมากที่สุด มีลักษณะเป็นหงอนหิน 3 แฉก หากสุขภาพดีก็จะมีผิวหงอนเรียบสีแดงสดใส ดวงตาสีแดงมีประกายแจ่มใส ปากใหญ่สีเหลืองอมแดงปลายปากงองุ้มเล็กน้อย ปากมีร่องน้ำทั้ง 2 ข้าง ปากลักษณะนี้จะแข็งแรง ไม่หักหรือปากหลุดง่ายเวลาออกชนกับคู่ต่อสู้ รูจมูกกว้างไม่เหนื่อยหอบง่าย ตุ้มหูรัดติดกับหูมีสีแดงเหมือนหงอน หางแบบหางม้าหรือฟ่อนข้าว ปีกใหญ่และยาว ขนปีกแน่นเป็นระเบียบ ขนพื้นตัวและขนสร้อยสีแดง ขนไชปีกและขนหางสีดำ

นับได้ว่าเป็นไก่ชนชั้นดีที่มีรูปร่างทะมัดทะแมง โครงสร้างแข็งแกร่ง อกกว้างกล้ามเนื้อแน่น บั้นท้ายใหญ่ ปั้นขาใหญ่ แข้งแบบลำหวายเป็นแข้งที่ตีเจ็บ เกล็ดพัดใหญ่มีเกล็ดพิฆาตหลายอย่าง เช่น เสือซ่อนเล็บ ผลาญศัตรู ไชบาดาล กำไลฟ้าผ่า เหน็บใน นิ้วยาวกลมเรียว มีเกล็ดนิ้วแตก เดือยแบบขนเม่นหรืองาช้างซึ่งตำราไก่ชนถือว่ามีพิษสงมาก ตีเจ็บปวด

ไก่ชนภาคใต้ สายพันธุ์ทองแดงหางดำมีความคล้ายคลึงไก่ประดู่หางดำ เป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง มีความคล่องแคล่วและกระตือรือร้น จะยืนแบะปีกและกระพือปีกอยู่ตลอด เป็นไก่ชอบต่อสู้และจะเอาชนะ มีชั้นเชิงตีไก่กอด ไก่คุมบน เข้าปีกมัด ตีบ่าเป็นส่วนใหญ่ เวลาเข้ากอดและเข้าปีกมัดด้วยความที่มีน้ำหนักมากการตีจะหนักหน่วงและเห็นผลเร็วนัก เรียกว่ามีหมัดหนักย่อมได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม การฝึกซ้อมให้ไก่ได้ออกกำลังกายจะเป็นวิธีการสังเกตชั้นเชิงการชนได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของไก่แต่ละตัวซึ่งแตกต่างกัน บางตัวเป็นไก่เชิงบน บางตัวชอบสู้เชิงล่าง บางตัวฉลาดมีไหวพริบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี สามารถปรับเทคนิคลีลาได้เหมาะกันสถานการณ์ ยิ่งสูงกว่าคู่ต่อสู้อยู่ด้วย ถ้ามีเชิงดี คออ่อน บิดคอคู่ต่อสู้ ตีแมน ตีถี่ แรงดีตีเจ็บ ก็จะยิ่งได้เปรียบและชนะไว

การฝึกซ้อมไก่ชนควรเลือกคู่ซ้อมที่มีรูปร่างพอกัน หรือถ้าเลือกขนาดตัวเล็กกว่าได้ด้วยยิ่งดี มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกันหรือด้อยกว่า เพื่อให้ตีคู่ต่อสู้ได้โดยไม่เกรงกลัว ส่วนจะต่อสู้ในเชิงเดียวกันหรือต่างเชิงกันก็ได้ เพื่อที่จะศึกษาว่าไก่ถนัดสู้ในเชิงใดบ้าง ไม่ควรเลือกคู่ซ้อมที่แกร่งกว่า เพราะถ้าไก่ถูกตีบ่อย จะอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ และเริ่มเสียขวัญ หากไก่เกิดถอดใจเสียไก่ไม่ยอมต่อสู้อีกเลย ก็จะหมดความเก่งไปในทันที